วิวัฒนาการตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน

ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์เก้าต้น ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 143 กิโลเมตรหรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง วัดโพธิ์เก้าต้นเป็นวัดที่สำคัญซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไหว้พระทำบุญอย่างต่อเนื่องโดยเดินทางมาเพื่อกราบไหว้หรือขอพรจากพระอาจารย์ธรรมโชติซึ่งเป็นขวัญกำลังใจกับชาวบ้านบางระจันในการทำศึกสงครามกับพม่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อสมหวังตามใจขอก็จะหาบน้ำแก้บนใส่ในสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อมากในการขอพรเรื่องทหารโดยเฉพาะในช่วงที่มีการจับใบดำใบแดงจะได้เห็นผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมาแก้บนกัน

ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันเกิดขึ้นจากความเมตตาของพระครูวิชิต วุฒิคุณ (หลวงพ่อวุฒิ) ซึ่งเป็นคนในพื้นที่บวชมาตั้งแต่หนุ่มๆ อยู่ที่วัดประดับ แต่เมื่อเจ้าอาวาสองค์ก่อนสึกชาวบ้านจึงไปเชิญหลวงพ่อวุฒิมาเป็นเจ้าอาวาสและเป็นสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน หลวงพ่อวุฒิจึงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านในชุมชน (สัมภาษณ์นายสวิง บำเพ็ญ, 16 ธันวาคม, 2560, สัมภาษณ์นางพรทิพย์ ปาละวัต, 24 มีนาคม 2561, สัมภาษณ์ป้าตุ๋ย, 24 มีนาคม 2561) ที่จริงแล้วหลวงพ่อวุฒิต้องการให้จัดตลาดในบริเวณวัดโพธิ์เก้าต้นมาตั้งแต่ปี 2549 แล้วเพื่อที่จะช่วยเหลือชาวบ้านให้มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการทำการเกษตรที่ต้องพึ่งดินฟ้าอากาศ เนื่องจากชาวบ้านในชุมชนต้องเผชิญปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ บางปีก็เกิดภาวะแห้งแล้งชาวบ้านทำนาไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการเสียที พอมาในปี 2557 หลวงพ่อวุฒิจึงให้คุณนุกูล โปรยเงิน และชาวบ้านในชุมชนที่คอยช่วยเหลือกิจกรรมวัดโพธิ์เก้าต้นอยู่ช่วยกันจัดงานที่สะท้อนวัฒนธรรมไทยขึ้น คุณนุกูล โปรยเงิน และชาวบ้านในชุมชนที่คอยช่วยเหลือกิจกรรมวัดโพธิ์เก้าต้นอยู่จึงช่วยกันจัดงานสำรับไทยขึ้น โดยใช้ชื่องานว่า “นุ่งโจง ห่มสไบ กินสำรับไทย ที่บ้านระจัน” โดยเป็นลักษณะการขายสำรับอาหาร (สำหรับ 8 คน) ในราคา 3,000 บาท ให้กับผู้ที่สนใจมาร่วมงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยราชการเพื่อมารับประทานอาหารค่ำและชมการแสดง ภายในงานมีการจัดตลาดนัดย้อนยุคโดยใช้เงินเบี้ยในการซื้อขายสินค้าแต่เป็นแค่ตลาดเล็กๆ ไม่ใหญ่โตเหมือนปัจจุบัน โดยมีการจัดงานที่บริเวณข้างสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ การจัดงานปีแรกปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้คนทำให้การจัดงานสำรับเป็นที่รู้จัก

หลังจากจัดงานสำรับเสร็จเหลือแคร่ที่ใช้ในการจัดงานซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ก็คงผุพังไปโดยเปล่าประโยชน์ หลวงพ่อวุฒิจึงให้ชาวบ้านนำผลผลิตทางการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ มาจำหน่ายในพื้นที่วัดโพธิ์เก้าต้น บริเวณข้างสระน้ำศักดิ์สิทธิ์โดยไม่คิดค่าเช่าพื้นที่ การมาขายสินค้าที่ตลาดในบริเวณวัดโพธิ์เก้าต้นจึงเป็นทางเลือกเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่คนในชุมชน แม้จะพยายามชวนคนในชุมชนมาขายสินค้าเท่าไรก็ไม่มา ในช่วงแรกจึงมีเพียงชาวบ้านในชุมชนที่คอยช่วยเหลือกิจกรรมวัดเพียง 4 รายเท่านั้นที่มาขายสินค้า โดยมีร้านลุงเบิ้มซึ่งขายน้ำพริก ร้านขายกาแฟ ร้านขายขนมแห้ง และร้านกวยจั๊บ ที่มาขายสินค้ากัน และยอดขายก็ไม่ได้มากมายอะไรแต่ผู้ค้าก็อดทนขายกันต่อไปเพื่อให้ตลาดคงอยู่ โดยเก็บค่าบริหารจัดการขยะร้านค้าละ 10 บาท (สัมภาษณ์นายสวิง บำเพ็ญ, 16 ธันวาคม, 2560, สัมภาษณ์คุณนุกูล โปรยเงิน, 24 มีนาคม 2561)
หลังจากการจัดงานสำรับเป็นที่รู้จักในปีต่อๆ มาก็มีการจัดงานสำรับขึ้นอีก และจำนวนร้านค้าที่มาขายสินค้าที่ตลาดในบริเวณวัดโพธิ์เก้าต้นก็เพิ่มขึ้นเป็น 30 กว่าร้าน สถานที่บริเวณข้างสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงเริ่มคับแคบ ในปี 2559 ซึ่งเข้าปีที่ 3 ของการจัดงานสำรับคณะกรรมการจัดงานก็คิดจะจัดงานควบคู่กับงานลอยกระทงโดยเน้นแนวย้อนยุคแบบโบราณ โดยย้ายไปจัดงานที่บริเวณพื้นที่จัดตลาดในปัจจุบันคือบริเวณท่าน้ำหลังวัดบนพื้นที่ 6 ไร่ 2 งานซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของค่ายคุณธรรมสร้างสรรค์เยาวชนที่ทางจังหวัดมาสร้างไว้ โดยช่วงแรกๆ ก็มีคนมาใช้งานพักแรมแต่เนื่องจากขาดงบประมาณบำรุงรักษาท้ายที่สุดจึงถูกปล่อยให้รกร้าง (ทำให้หลวงพ่อวุฒิเห็นตัวอย่างว่าอะไรก็ตามที่ไม่ได้เกิดจากความต้องการของชุมชนให้งบประมาณมาเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ และเห็นว่าภาครัฐชอบให้งบประมาณมาสร้างสิ่งต่างๆ แต่ไม่จัดสรรงบประมาณในการบำรุงรักษาและมาผลักภาระให้วัดเป็นฝ่ายบำรุงรักษาก็ไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นเวลาที่ภาครัฐจะให้งบประมาณใหม่มาหลวงพ่อจะรับก็ต่อเมื่อต้องทำตามที่ชุมชนต้องการ) โดยก่อนจัดงานชาวบ้านร้านค้าต่างๆ ประมาณ 70 รายก็มาช่วยกันถากถางพื้นที่ที่เคยรกร้าง ช่วยกันออกค่าใช้จ่ายคนละ 1,000 กว่าบาท รวมทั้งหาอุปกรณ์ต่างๆ และนำไม้ไผ่มาสร้างให้เหมือนค่ายบางระจันในอดีตเพื่อใช้ในการจัดงาน แม้การจัดงานจะเป็นไปอย่างเรียบง่ายแบบชาวบ้านจริงๆ เนื่องจากการสวรรคตของรัชกาลที่ 9 แต่ผลกลับปรากฏว่าคนที่มาท่องเที่ยวชื่นชอบความเรียบง่ายแบบชาวบ้านจริงๆ หลวงพ่อวุฒิ ชาวบ้านและคณะกรรมการที่ช่วยงานวัดจึงคิดที่จะทำตลาดย้อนยุคที่เน้นความเรียบง่ายแบบชาวบ้านจริงๆ ต่อ โดยมีเพื่อนคุณนุกูลที่ทำด้านสื่อช่วยประชาสัมพันธ์การจัดงานให้ทำให้ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันกลายเป็นที่รู้จักและมีคนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวจากที่ต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ พ่อค้าแม่ค้าเห็นว่าขายดีจึงเริ่มชักชวนคนรู้จักมาขายสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่มีร้านค้า 70 ร้านในช่วงที่ย้ายมาตั้งบริเวณท่าน้ำหลังวัดเมื่อมีการจัดงานลอยกระทงปี 2559 ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็น150 ร้านในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2560 และเพิ่มขึ้นเป็น 200-250 ร้าน ก่อนเมษายน 2560 หลังเมษายน 2560 ก็เพิ่มขึ้นเป็น 350 ร้าน ผู้ค้าประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพหลักอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ มาขายของเป็นอาชีพเสริม แต่ละร้านมีหมายเลขปรากฏอยู่หน้าร้านตั้งแต่ร้านที่ 1-350 หากมีรูปไปลงในโซเชียลมีเดียว่าร้านไหนมีพฤติกรรมไม่ดีก็จะรู้และนำปัญหามาประชุมร่วมกันว่ากล่าวตักเตือนให้ปรับปรุงแก้ไข หากไม่เชื่อฟังสมาชิกในกลุ่มร้านค้าด้วยกันก็จะใช้การลงโทษทางสังคมทำให้ผู้ทำผิดต้องละอายและปรับปรุงหรือไม่ก็ออกจากตลาดไป (สัมภาษณ์นางพรทิพย์ ปาละวัต, 24 มีนาคม 2561)

หลวงพ่อวุฒิและผู้ค้าเน้นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันไม่แข่งขันกันใครที่ไม่จริงใจมาขายสินค้าในตลาดแห่งนี้ก็ไปไม่รอด แต่ละร้านช่วยกันดูแลความสะอาดของพื้นที่ หากเป็นร้านขายอาหารก็จะมีการแยกเศษอาหารก่อนทิ้งโดยจะมีเจ้าของเล้าหมูมารับไปทุกวันหลังเลิกตลาดในตอนเย็น รวมทั้งช่วยกันดูแลความปลอดภัย และเน้นการให้บริการลูกค้าแบบเอาใจใส่ เช่น หากพบของหายจะนำไปส่งฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้ประกาศหาเจ้าของ นอกจากนี้หลวงพ่อวุฒิยังสอนธรรมะ ส่งเสริมให้ออมโดยให้ธนาคารออมสินนำรถมารับฝากเงินทุกวันอาทิตย์ การบริหารจัดการตลาดมีคณะกรรมการดูแลแต่ละชุม (หมู่บ้าน/โซน) โดยมีหลวงพ่อวุฒิและคุณ นุกูลเป็นที่ปรึกษา โดยแบ่งเป็น 8 ชุมแต่ละชุมมีกรรมการ 4 คนดูแลโดยคนที่เข้ามาเป็นกรรมการต้องมีจิตอาสา มีเวลา เสียสละที่จะดูแลและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกชุมได้ แต่หากกรรมการคนใดติดภารกิจก็สามารถสลับสับเปลี่ยนได้ การดำเนินงานเน้นการเสียสละในการทำงานและมีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกัน เช่น ผู้ใหญ่เตือนดูแลด้านทรัพยากรมนุษย์ มีคนดูแลด้านวิเคราะห์และนโยบาย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละร้านจะแบ่งหน้าที่กันช่วยดูแลบูรณะตลาด กรรมการแต่ละชุมจะดูแลร้านค้าประมาณ 20-35 ร้าน

หลวงพ่อเน้นให้ตลาดบ้านระจันเป็นที่อิ่มบุญ อิ่มท้องคือมาแล้วได้ทำบุญ ได้กินอาหารในราคาไม่แพง ดังนั้นจึงไม่เก็บค่าเช่าพื้นที่ รวมทั้งค่าน้ำค่าไฟฟ้าจากผู้ค้าเหมือนที่ตลาดอื่นๆ ทำ แต่คณะกรรมการตลาดก็เก็บเงินจากผู้ค้าเพื่อมาบริหารจัดการช่วยกันดูแลโดยเฉพาะการจัดการขยะและดูแลลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยตอนแรกๆ เก็บร้านละ 20 บาท/วัน ต่อมาเมื่อมีคนมาเที่ยวเพิ่มขึ้นตลาดเป็นที่รู้จักก็เก็บเงินเพิ่มเป็นร้านละ 100 บาท/วัน เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการขยะ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และจ้างเจ้าหน้าที่อพปร. มาช่วยโบกรถ จ้างคนมาช่วยเก็บขยะวันละ 6 คนๆ ละ 200 บาทและให้คนมาช่วยเก็บขยะช่วยกันคัดแยกขยะก่อนที่อบต. จะมาเก็บ ดังนั้นชาวบ้านที่มาช่วยเก็บขยะจึงมีรายได้เพิ่มอีกส่วนจากการขายขยะที่คัดแยก

ลักษณะเด่นของตลาดแห่งนี้คือไม่เพียงมีการตกแต่งสภาพบรรยากาศตลาดให้มีลักษณะย้อนยุคไปในอดีตเหมือนสมัยนักรบบางระจัน ด้วยป้อมปราการไม้สูงใหญ่ และเพิงขายของแบบโบราณเท่านั้น แต่พ่อค้า แม่ค้าจะใส่ชุดไทยย้อนยุคที่สีไม่ฉูดฉาด ไม่ใช้ผ้ามัน การใส่งอบเพื่อไม่ให้ผมรุงรังหลุดร่วง เน้นความเป็นชาวบ้านจริงๆ มาขายสินค้ากันโดยชุดไทยย้อนยุคที่ใส่ก็ไม่ได้ไปหาซื้อเพิ่มเติมมาจากไหนแต่เป็นชุดที่ชาวบ้านใส่กันในวันบวงสรวงชาวบ้านบางระจัน (4 กุมภาพันธ์) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษและวีรชนที่ปกป้องประเทศชาติจนตัวตาย อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมโดยการแต่งกายชุดไทยย้อนยุคจากบ้านมาเที่ยวกัน หรือจะมาเช่าชุดไทยที่ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน โดยราคาเช่าชุดสำหรับเด็กชุดละ 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท ป้ายต่างๆ ในตลาดก็พยายามคงความเป็นอัตลักษณ์ของชาวบางระจัน นอกจากนี้พ่อค้า แม่ค้าที่มาจำหน่ายสินค้าก็มีการพูดจาสนทนากับลูกค้าด้วยภาษาโบราณที่ลงท้ายด้วยขอรับ/เจ้าค่ะ เวลาที่ตลาดเงียบก็จะมีการเคาะเกราะเพื่อกระตุ้นลูกค้าและผู้ค้าในตลาดให้กลับมาคึกคัก (เดิมการเคาะเกราะในอดีตยุคบางระจันเพื่อเป็นการเตือนภัย) ในตลาดยังมีจิตอาสาแต่งตัวเป็นนักรบมาให้ลูกค้าถ่ายรูปด้วยและลูกค้าสามารถบริจาคเงินเข้าวัดเพื่อช่วยสร้างวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ และมีการแสดงประวัติศาสตร์บ้านระจันที่บริเวณเวทีกลางน้ำวันละ 2 รอบช่วงสายและบ่าย โดยนักแสดงเป็นจิตอาสาและเป็นลูกหลานชาวบ้านที่มาขายสินค้าในตลาด

หลวงพ่อวุฒิเน้นให้ผู้ค้าในตลาดขายสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ชุมชน อาหารโบราณที่หากินได้ยาก เช่น ต้มยำกระดูกหมูใบมะขาม ไม่เน้นการขายสินค้าเชิงพาณิชย์ โดยขายในราคาไม่แพงจึงกำหนดราคาขายที่ 10-40 บาท ถ้าขายเกินจากราคานี้ต้องมีเหตุผลไม่เช่นนั้นจะถูกตำหนิจากสมาชิกที่เป็นผู้ค้าด้วยกัน เนื่องจากไม่มีการเก็บค่าที่จึงเน้นขายสินค้าราคาไม่แพงไม่เอาเปรียบลูกค้า สินค้าที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายจึงเป็นอาหารท้องถิ่น ขนมโบราณที่หาทานได้ยาก เช่น แกงบอน แกงขี้เหล็ก ต้มปลาร้าหัวตาล แกงหนูนา ทอดมันดอกกล้วย ขนมกง ขนมสามเกลอ ข้าวเกรียบว่าว ขนมช่อม่วง ขนมดอกลำเจียก ข้าวต้มมัด ปลาเห็ด น้ำสมุนไพร เป็นต้น รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทำมือ พืชผักและผลไม้สดๆ จากไร่และสวนของชาวบ้าน ซึ่งขายกันในราคาเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น

การพัฒนาตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันเกิดจากความร่วมมือระหว่างคนในชุมชน วัด และโรงเรียน (บวร) อย่างแท้จริงโดยทางวัดและโรงเรียนเอื้อเฟื้อด้านสถานที่ในการจัดตลาด ขณะเดียวกันชาวบ้านในชุมชนที่มาขายสินค้าในตลาดก็ช่วยกันระดมเงินทุนและแรงเพื่อมาพัฒนาสถานที่ให้สวยงามย้อนยุคคล้ายกับค่ายบางระจันในอดีต และช่วยกันออกแรงสร้างจัดแต่งซุ้มจำหน่ายสินค้าด้วยวัสดุธรรมชาติในรูปแบบพื้นบ้าน การมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าหลากหลายหาทานได้ยากในราคาที่ไม่แพงเพียงแค่หลักสิบด้วยรสชาติที่อร่อยไม่แพ้ใคร กิจกรรมการแสดง และการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปกับเหล่านักรบที่เดินกันขวักไขว่ได้อย่างเต็มที่ ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในวัด ทำให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตกลับไปใช้ชีวิตในยุคกรุงเก่า โดยมีกลิ่นอายของความเป็นสนามรบได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ไม่เพียงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคที่ตลาดแห่งนี้เท่านั้นแต่ยังกลับไปบอกเล่าประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้ผู้อื่นมาเยี่ยมเยือนตลาดแห่งนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้การมีร้านค้าและอาหารที่หลากหลายรวมทั้งการจัดสถานที่นั่งรับประทานอาหารที่เพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยวทำให้นักท่องเที่ยวไม่เพียงสามารถใช้เวลาทั้งวันเพื่อสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคที่ตลาดแห่งนี้เท่านั้นแต่ยังมีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากด้วยเช่นกัน ปัจจุบันตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันแห่งนี้จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ขาดสาย โดยตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ติดกับวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น.โดยมีสถานที่จอดรถกว้างขวางภายในวัดโพธิ์เก้าต้นรองรับได้ประมาณ 500 คัน โดยภาพรวมบรรยากาศและกิจกรรมต่างๆ ของตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน

ภาพ : วัดโพธิ์เก้าต้น

ภาพ : ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน

แผนที่การเดินทาง